เอไอเอสเปิดตัวโซเชียลเนวิเกเตอร์ 
 
               
 
 เอไอเอสแจ้งเกิดโลเคชันเบสมาร์เก็ตติ้งในไทย เปิดตัวแอปแนวใหม่ "โซเชียล เนวิเกเตอร์" รายแรกในโลก ผสมผสานจุดเด่นระบบนำทางกับโซเชียล เน็ตเวิร์กอย่างเฟซบุ๊ก หลังพบพฤติกรรมคนไทยชอบเช็คอิน 10 ล้านครั้งต่อเดือน มั่นใจคนใช้งาน 3 แสนราย
 
  นายปรัธนา ลีลพนัง รักษาการผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานผลิตภัณฑ์และบริการดิจิตอล เอไอเอส กล่าวว่า เทรนด์การเติบโตของสมาร์ทโฟนในประเทศไทยถือว่าไม่แพ้ในต่างประเทศ ปัจจุบันสัดส่วนการใช้สมาร์ทโฟนมีประมาณ 13% ของผู้ใช้มือถือทั้งหมด ในประเทศไทย มีการประมาณการว่าในปีนี้ตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศไทยจะเติบโตถึง 47% หรือประมาณ 5 ล้านเครื่อง (ที่เป็นเครื่องใหม่เข้ามาในตลาด) ซึ่งแอปพลิเคชันยอดฮิตที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนใช้งานกันมากๆ หนีไม่พ้นโซเชียล เน็ตเวิร์กอย่างเฟซบุ๊ก ซึ่งในประเทศไทยมีผู้ใช้งานอยู่ประมาณ 15 ล้านราย เป็นอันดับที่ 16 ของผู้ใช้งานเฟชบุ๊กทั่วโลก ซึ่งกรุงเทพฯ ถือเป็นเมืองอันดับหนึ่งในภูมิภาคเอเชียที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กมากที่สุดประมาณ 8.7 ล้านราย
       
       ด้วยพฤติกรรมการใช้งานที่นิยมเช็คอินตามสถานที่ต่างๆ เพื่อบอกให้ผู้อื่นรู้ว่าอยู่ที่ไหนบนเฟซบุ๊กของคนไทยในยุคปัจจุบันที่มากกว่า 10 ล้านเช็คอินต่อเดือน แสดงให้เห็นว่าผู้ใช้สมาร์ทโฟนยุคนี้มีความคุ้นเคยกับการใช้งานเทคโนโลยีที่เรียกว่า โลเคชัน เบส (Location Base) มากขึ้น จนกลายเป็นเรื่องที่ใกล้ตัว และอยู่ในไลฟ์สไตล์ทุกๆ วัน รวมไปถึงเทรนด์ของการใช้งานมือถือเป็นแผนที่และระบบนำทาง (Navigator) ที่กำลังได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย แต่ส่วนใหญ่จะใช้งานผ่านอุปกรณ์ระบบนำทางด้านดาวเทียม หรือพีเอ็นดี บนรถยนต์เป็นหลัก ซึ่งมีราคาตั้งแต่ 3,500-15,000 บาท
       
       "การเติบโตของตลาดพีเอ็นดีในประเทศไทยก็ถือว่า เติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยในปีที่ผ่านมามียอดขายถึง 5 แสนเครื่อง"
       
       นายปรัธนา กล่าวอีกว่า นั้นเป็นโจทย์ที่ทางเอไอเอสมองว่า จะทำอย่างไรที่จะให้เทรนด์ทั้งสองสามารถทำงานร่วมกันได้บนสมาร์ทโฟน เอไอเอสเองจึงเห็นโอกาสในการพัฒนาอินโนเวชันเซอร์วิสใหม่ๆ เพื่อออกมาตอบสนองการใช้งานด้านนี้ให้กับผู้ใช้บริการ จึงได้ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์อย่างบริษัท จีไอเอส ซอฟท์ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาระบบนำทาง HOODDUDE เข้ามาเสริม รวมกับทีมพัฒนาแอปพลิเคชันของเอไอเอสที่นำความสามารถของโซเชียล เน็ตเวิร์ก ทำให้เกิดบริการใหม่ที่เรียกว่า เอไอเอส ไกด์ แอนด์ โก แอปพลินแผนที่นำทางอัจฉริยะบนสมาร์ทโฟนที่เป็นแนวคิดใหม่ที่เรียก โซเชียล เนวิเกเตอร์ (Social Navigator)
       
       "ถือเป็นครั้งแรกของโลกที่ผู้ใช้แอปฯ สามารถเชื่อมต่อเข้าสู่โซเชียล เน็ตเวิร์ก เพื่อใช้นำทางไปยังจุดเช็คอินบนเฟซบุ๊กได้เลย ที่ผสมผสานขีดความสามารถของระบบนำทางที่เป็นในส่วนของออฟไลน์ บวกกับประสิทธิภาพของโซเชียล เน็ตเวิร์กที่เป็นโลกออนไลน์ แล้วร่วมกับสิทธิพิเศษของเอไอเอส ทำให้เกิดบิสซิเนสโมเดลใหม่ขึ้นมา"
       
       เอไอเอสคาดว่าภายใน 1 ปีจะมีผู้ใช้บริการประมาณ 10-20% หรือประมาณ 200,000-300,000 เครื่อง จากฐานผู้ใช้สมาร์ทโฟนบนเครือข่ายเอไอเอสที่ใช้สมาร์ทโฟนที่เป็นแพลตฟอร์มแอนดรอยด์กับไอโอเอสที่มีประมาณ 2 ล้านกว่าเครื่อง จากจำนวนทั้งหมด 4 ล้านเครื่อง
       
       "ในเบื้องต้นแอป เอไอเอส ไกด์ แอนด์ โก สามารถใช้ได้กับแพลตฟอร์มแอนดรอยด์ เวอร์ชัน 2.2 ขึ้นไป และจะพัฒนาต่อเนื่องบนแพลตฟอร์มไอโอเอสออกมาประมาณเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ต่อไป”
       
       นายปรัธนา กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า โมเดลของรายได้จากพัฒนาแอปนี้ขึ้นมานั้น มีด้วยกัน 3 ส่วน ส่วนแรกเป็นโมเดลของแอร์ไทม์ที่กระตุ้นให้มีการใช้งานดาต้าบนเครือข่ายของเอไอเอส ส่วนที่สองเป็นโมเดลไลเซนส์ในส่วนระบบนำทางที่จะแบ่งรายได้กับพาร์ทเนอร์ ส่วนที่สาม เป็นโมเดลของสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ระหว่างร้านค้ากับเอไอเอส
       
       ในแอป เอไอเอส ไกด์ แอนด์ โก ได้ใช้ข้อมูลแผนที่ประเทศไทย NOSTRA Map ที่ละเอียด ถูกต้อง ครบถ้วน และทันสมัยที่สุด พร้อมตำแหน่งสถานที่สำคัญหรือพีไอโอให้ค้นหากว่า 830,000 ตำแหน่งที่ลงลึกในระดับถนน ซอย แบ่งแยกหมวดหมู่ชัดเจน ทั้งร้านอาหาร แหล่งช้อปปิ้ง ออฟฟิศ หมู่บ้าน วัด โรงเรียน ธนาคาร จนถึงตู้เอทีเอ็ม ฯลฯ ด้วยมาตรฐานเทียบเท่าจีพีเอส แต่เหนือชั้นกว่าด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานที่แสนง่าย ที่จะเชื่อมต่อกับเฟซบุ๊กให้โดยอัตโนมัติ และยังมีฟังก์ชันใช้งานอื่นๆ อาทิ AIS Privilege แสดงตำแหน่งร้านค้าที่ร่วมสิทธิพิเศษกับเอไอเอส บริการส่งเอสเอ็มเอส เอ็มเอ็มเอสที่บอกโลเคชันหรือตำแหน่งพิกัดไปให้เพื่อนได้ นำทางไปยังสถานที่ที่อยู่ใกล้ตัว กรณีต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน อาทิ ปั๊มน้ำมัน โรงพยาบาล สถานีตำรวจ ฯลฯ รวมถึงอู่ซ่อมรถที่จะทยอยเพิ่มเข้ามาในอนาคต และยังมีรายงานจราจรในกรุงเทพฯ แบบเรียลไทม์อีกด้วย
       
       สำหรับลูกค้าเอไอเอสสามารถดาวน์โหลดแอปไปทดลองใช้ได้ฟรีตั้งแต่วันที่ 3-31 สิงหาคมที่จะถึงนี้ ด้วยวิธีง่ายๆ เพียงดาวน์โหลดแอป เอไอเอส ไกด์ แอนด์ โกมาเก็บไว้ที่เครื่อง โดยกด *900 แล้วโทรออก จากนั้นเข้าไปดาวน์โหลดแผนที่ลงบนมือถือได้ที่เว็บไซต์เอไอเอสที่ www.ais.co.th/appstore/guideandgo และสำหรับสาวกไฮเทค เอไอเอสพร้อมเปิดให้ดาวน์โหลดแอพฯ นี้ได้ที่บูธ AIS ในงาน Bangkok International ICT EXPO 2012 ระหว่างวันที่ 3 - 6 สิงหาคม 2555 ที่อาคารชาเลนเจอร์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ก่อนจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2555 เป็นต้นไป โดยมีอัตราค่าบริการ 499 บาทต่อปี.

Comment

Comment:

Tweet